คำถามที่พบบ่อย

คำถามทั่วไป

จำเป็นต้องใช้ออปตริแมกซ์หรือไม่

การมีดัชนีมวลกายในเกณฑ์ “ปกติ” เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่างๆ ออปตริแมกซ์มีคุณประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 23 (หรือ 25 สำหรับชาวตะวันตก) เพื่อช่วยให้มีน้ำหนักลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ไม่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ ผู้ที่มีดัชนีมวลกายในเกณฑ์ปรกติสามารถใช้ออพทริแมกซ์เพื่อรักษาระดับน้ำหนักให้คงที่เพื่อสุขภาพที่ดีสมบูรณ์

ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักออปตริแมกซ์ปลอดภัยหรือไม่เมื่อใช้ในระยะยาว

ออปตริแมกซ์มีความปลอดภัยมากที่สุดเพราะไม่มีส่วนประกอบที่เป็นตัวยาผสมอยู่ ออปตริแมกซ์เพียงทำหน้าที่เอื้อต่อกระบวนการทำงานในร่างกายต่างๆ โดยช่วยให้การขับสารพิษภายในร่างกายเกิดขึ้น ช่วยการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเผาผลาญไขมัน และเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในชั้นเซลล์จากการใช้เจลกระชับสัดส่วน ออปตริแมกซ์มีความอ่อนโยน ปลอดภัยและได้ผลเมื่อใช้ในระยะยาว

ดัชนีมวลกาย (BMI)

BMI = น้ำหนัก(kg) / ส่วนสูง (m) x ส่วนสูง (m)

เกณฑ์น้ำหนัก
(ความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ)
BMI (kg/m2)
(คนเอเชีย)
BMI (kg/m2)
(คนยุโรป)
น้ำหนักต่ำกว่าปรกติ
(เสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร)
ต่ำกว่า 18.5 ต่ำกว่า 18.5
ปรกติ (สุขภาพดี)
(ความเสี่ยงต่ำ)
18.5 - 22.9 18.5 - 24.9
น้ำหนักเกิน
(ความเสี่ยงปานกลาง)
23 - 27.4 25 - 29.9
อ้วน
(ความเสี่ยงสูง)
> 27.5 > 30

*อ้างอิงการคำนวนโดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

พลัม ดีไลท์

หญิงตั้งครรภ์หรือช่วงให้นมบุตร สามารถรับประทานพลัม ดีไลท์ ได้หรือไม่ ?

พลัม ดีไลท์ เป็นผลพลัมที่ผ่านกระบวนการหมักจากสารสกัดชาเขียว โบรไบโอติก ที่ช่วยในการขับของเสีย และควบคุมน้ำหนัก โดยทั่วไปเราไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หรือคุณแม่ให้นมบุตร เพื่อควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากร่างกายของพวกเขาจำเป็นต้องให้คุณค่าทางโภชนาการต่อบุตรของเขา

เราแนะนำให้คุณแม่ทานพลัม ดีไลท์ หลังจากหยุดให้นมบุตรแล้ว

ผู้ที่ใช้ยาในการรักษาโรค สามารถทานพลัม ดีไลท์ ได้หรือไม่?

ทานได้ เพราะพลัม ดีไลท์ ไม่มีส่วนผสมของยา จึงไม่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นยา

พลัม ดีไลท์ ใช้เพื่อขับของเสีย จะทำให้สารอาหารอื่นๆ ที่เรารับประทานเข้าไปแล้ว จะขับสารอาหารไปด้วยหรือไม่ ?

ไม่ เพราะพลัม ดีไลท์ คือผลไม้ จึงไม่เป็นอุปสรรค์ต่อการดูดซึมอาหารในร่างกายของเรา พลัม ดีไลท์ จะช่วยกระตุ้นการขับของเสียที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อให้ร่างกายคงไว้ซึ่งสารอาหารที่มีประโยชน์

เมื่อรับประทาน พลัม ดีไลท์ ในครั้งแรก บางคนจะรู้สึกไม่สบายท้องหรือปวดท้อง อาการเช่นนี้เป็นเรื่องปรกติหรือไม่ ?

พลัม ดีไลท์ คือ ลูกพลัม ซึ่งผลไม้ชนิดนี้มีเส้นใยและโปรไบโอติก ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารและการขับถ่ายอุจจาระ ที่ช่วยให้ร่างกายของเราขับของเสียออกจากลำไส้

หลังจากที่เรามีน้ำหนักที่สมดุลหรือแก้ไขเรื่องปัญหาสุขภาพแล้ว จำเป็นต้องทานพลัม ดีไลท์ ต่อไปหรือไม่ ?

การบำรุงรักษาสุขภาพที่ดีหรือมีน้ำหนักที่เหมาะสมนั้น ต้องมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง เราขอแนะนำว่าหลังจากนี้ให้
ทานพลัม ดีไลท์ ทุกๆ 2 ถึง 3 วัน เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณรักษาความสมดุลในร่างกาย

บางครั้งเห็นผงสีขาวหรือสีเชียวบนผิวของลูกพลัม ลูกพลัมเหล่านี้สามารถรับประทานได้หรือไม่ ?

ผงสีขาวหรือสีเขียวเป็นส่วนผสมของชาเขียวและผงชาผู่เอ๋อ เมื่อผิวของพลัมค่อนข้างแห้ง ผงชาจะดูชัดเจนมากขึ้น เมื่อผิวของพลัมชุ่มชื้นขึ้น ผงชาจึงมีความชื้นทำให้พลัมมีสีเข้มขึ้น ทั้งสองประเภทนี้เหมาะสำหรับการบริโภค

พลัม ดีไลท์ ควรเก็บรักษาอย่างไร ?

พลัม ดีไลท์ ที่ยังไม่มีการเปิด (ในถุงสูญญากาศโปร่งใส) สามารถเก็บไว้ในที่ร่มและแห้งในอุณหภูมิห้องได้ หลังจากเปิดถุงแล้ว เราขอแนะนำให้เก็บพลัม ดีไลท์ ไว้ในตู้เย็น

พลัม ดีไลท์ ไม่มีวัตถุกันเสียใดๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความสดใหม่ จึงมีการนำไนโตรเจนบรรจุในถุง และใส่ในถุงสูญญากาศโปร่งใสอีกครั้ง เมื่อเปิดถุงสูญญากาศชั้นป้องกันไนโตรเจนจะหายไป ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ เราขอแนะนำให้เก็บไว้ในตู้เย็น

พลัม ดีไลท์ เหมาะสำหรับทุกคนหรือไม่ ?

พลัม ดีไลท์ เหมาะสำหรับทุกคน ยกเว้นสตรีมีครรภ์และมารดาให้นมบุตร เด็กหรือผู้ที่มีปัญหาทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน กระเพาะลำใส้ อาการลำไส้แปรปรวน ฯลฯ

เจลลี่ ดีแอล

ฉันควรรับประทานเจลลี่ ดีแอล อย่างไร ? ควรทานเป็นประจำหรือไม่ ? และปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการคือเท่าไหร่ ?

  • สำหรับวัตถุประสงค์ในการขับของเสีย ขอแนะนำให้ทาน 1 ครั้งต่อวัน หลังอาหารกลางวันหรืออาหารเย็น 5-7 วันติดต่อกัน หลังจากนั้นให้ทานทุกๆ 2 ถึง 3 วัน คุณสามารถเลือกทานทุกๆ 1 ถึง 3 เดือน หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณมีปัญหาท้องผูก
  • เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5 ลิตรต่อวัน
  • หากต้องการทราบปริมาณน้ำที่ควรบริโภคตามความต้องการของร่ายกายของคุณนั้น ให้นำน้ำหนักตัว (กก.) คูณด้วย 30 มล. ตัวอย่างเช่น 60 กก. x 30 มล. = 1,800 มล. ดังนั้นผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1,800 มิลลิลิตร โดยจิบตลอดทั้งวัน

เจลลี่ ดีแอล เหมาะสำหรับทุกคนหรือไม่ ?

  • เจลลี่ ดีแอล เหมาะสำหรับทุกคน ยกเว้นสตรีมีครรภ์และมารดาให้นมบุตร เด็กหรือผู้ที่มีปัญหาทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน กระเพาะลำใส้ อาการลำไส้แปรปรวน ฯลฯ
  • เราขอแนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ทานโปรไบโอติกแทน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพทางเดินอาหาร

เจลลี่ ดีแอล เหมาะสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติหรือไม่ ?

ทานได้ เพราะเจลลี่ ดีแอล ไม่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์

วุ้นของเจลลี่ ดีแอล ทำมาจากอะไร ?

  • เราใช้สารสกัดจากสาหร่ายทะเลในการทำวุ้น

สตรีมีครรภ์หรือมารดาให้นมบุตร สามารถรับประทานเจลลี่ ดีแอล ได้หรือไม่ ?

  • สตรีมีครรภ์และมารดาให้นมบุตร จำเป็นต้องให้สารอาหารที่เพียงพอสำหรับทารกของพวกเขา ดังนั้นเราจีงไม่แนะนำให้ทานในระยะนี้
  • ขอแนะนำให้พวกเขาเริ่มทานเจลลี่ ดีแอล หลังจากหยุดให้นมบุตรแล้ว

ฉันรับประทานเจลลี่ ดีแอล จนไม่มีอาการท้องผูกแล้ว ฉันยังต้องทานต่อหรือไม่ ?

  • ถ้าคุณรับประทานพลัม ดีไลท์ อยู่แล้ว สามารถรับประทาน
    พลัม ดีไลท์ กับเจลลี่ ดีแอล สลับกันได้เลย
  • พลัม ดีไลท์ ประกอบด้วยโปรไบติก และเจลลี่ ดีแอล ประกอบด้วยพรีไบโอติก นอกจากจะช่วยให้คุณขับของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ผลิตภัณฑ์ทั้งสองยังมีโปรไบโอติกและพรีไบโอติกที่ทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกัน

สารสกัดจากชาเขียวดีกว่าการดื่มชาเขียวแบบปรกติ ได้อย่างไร ?

  • การดื่มชาเขียว สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจะแตกต่างกันออกไป เนื่องจากจำนวนใบชา, การชง, อุณหภูมิ ฯลฯ
  • สารสกัดจากชาเขียว จึงทำให้มีประสิทธิภาพทางชีวภาพสูงสุด
  • การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการดูดซึมทั้งหมดเข้าสู่กระแสเลือดหลังจากการกินสารสกัดชาเขียวดีกว่าชาที่เป็นของเหลว สารสกัดจากชาเขียวยังนำไปสู่ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงขึ้นในเลือด^

^ Henning SM, Niu Y, Lee NH, Thames GD, Minutti RR, Wang H, Go VL, Heber D. Bioavailability and antioxidant activity of tea flavanols after consumption of green tea, black tea, or a green tea extract supplement. Am J Clin Nutr. 2004 Dec; 80(6):155864.

ฉันพบว่าเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น จะทำให้เจลลี่ ดีแอล อ่อนตัวและมีน้ำ การเปลี่ยนของเจลลี่ ดีแอล ปรกติหรือไม่ ?

  • เจลลี่ ดีแอล เป็นอาหารที่แนะนำให้เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น เช่นเดียวกับอาหารอื่นๆ
  • เนื่องจากวุ้นของเจลลี่ ดีแอล ประกอบด้วยน้ำและน้ำผลไม้ เมื่อสัมผัสกับอุณหภูมิสูง เจลลี่ จะถูกเปลี่ยนเป็นของเหลว ในความเป็นจริงวุ้นส่วนใหญ่จะมีการเปลี่ยนสภาพเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ
  • หากเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง เนื้อสัมผัสของเจลลี่ ดีแอล จะเป็นกึ่งแข็งที่เหมาะสำหรับการรับประทาน
  • ผู้ที่ชอบทาน เนื้อสัมผัสแบบแข็ง สามารถนำไปแช่ตู้เย็นได้
  • สำหรับเจลลี่ที่อุณหภูมิสูงนั้น จะทำให้วุ้นมีเนื้อสัมผัสที่เป็นของเหลว ซึ่งเป็นธรรมชาติของวุ้น สามารถนำเข้าตู้เย็นเพื่อให้เนื้อวุ้นแข็งขึ้นได้ เนื้อสัมผัสที่ดีขึ้นด้วย